Categories
Uncategorized

หวยยอดนิยม “ฮานอยออนไลน์” เล่นทุกวัน! รวยทุกวัน!

หวยยอดนิยม “ฮานอยออนไลน์” เล่นทุกวัน! รวยทุกวัน!

 

‘หวยฮานอย’ เปิดบริการให้คุณสามารถแทงหวยได้ทุกวัน รูปแบบการเล่นนั้นก็ง่ายและคล้ายกับหวยของไทยเป็นอย่างมาก แต่ปัจจุบันนี้ก็มีหวยออนไลน์หลากหลายประเภทให้คุณได้เลือกเล่นกันไม่ว่าจะเป็นหวยลาว หวยยี่กี หวยหุ้น หวยรัฐบาลไทย และหวยอื่น ๆ อีกมากมาย แต่หวยที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็ดูเหมือนว่าจะเป็นหวยฮานอยนี่แหละ ซึ่งวันนี้เราจะมาอธิบายให้ดูกันว่าทำไมคนถึงนิยมเล่นกัน

 

ทำไมหวยฮานอยจึงเป็นที่นิยม?

สาเหตุที่ทำให้หวยฮานอยเป็นที่นิยมในขณะนี้ คือ

-เปิดบริการให้สามารถซื้อหวยได้ทุกวัน วันละ 3 รอบเวลา

-มีอัตราการจ่ายสูง

-ไม่มีเลขอั้น

-สามารถซื้อหวยได้ง่ายเพียงแค่มีอินเตอร์เน็ตหรือสมาร์ทโฟน

-มีมาตรฐานสูงเพราะยึดผลการออกรางวัลโดยสำนักงานสลากกินแบ่งของเวียดนาม

 

รูปแบบการแทงหวยฮานอย

การแทงหวยฮานอย มีรูปแบบที่คล้ายกับหวยรัฐบาลไทยที่เปิดให้แทง 2 ตัวบน-ล่าง, 3 ตัวโต๊ด, 3 ตัวบน, เลขวิ่งบน-ล่าง และยังมีให้ซื้อในรูปแบบหวยชุดฮานอยอีกด้วย ทั้งนี้หวยฮานอยยังเปิดให้คุณสามารถซื้อหวยได้ถึงวันละ 3 รอบด้วยกันดังนี้

 

  1. ‘หวยฮานอยพิเศษ’ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งคือ ‘หวยกาชาดเวียดนาม’ เป็นหวยรูปแบบใหม่ล่าสุดของเวียดนามที่เปิดให้คุณสามารถซื้อได้ในรูปแบบ 2 ตัว, 3 ตัว, หรือเลขวิ่งก็ได้ โดยจะปิดรับการแทงหวยในเวลา 17.00 น. และจะประกาศผลบนเว็บไซต์ในเวลา 17.30 น. เป็นต้นไป
  2. ‘หวยชุดฮานอย’ เป็นการแทงหวยในรูปแบบหวยชุด 4 ตัวเลข จากผลการออกรางวัลของเวียดนามทั้งหมด 5 ตัวเลข โดยใน 1 ชุดนั้น คุณสามารถลุ้นรับได้ถึง 6 รางวัลด้วยกัน คือ ชุด 4 ตัวตรง, 4 ตัวโต๊ด, 3 ตัวตรง, 3 ตัวโต๊ด, 2 ตัวบน และ 2 ตัวล่าง ซึ่งหวยชุดนี้ จะประกาศผลรางวัลบนเว็บไซต์ในเวลา 18.30 น.
  3. ‘หวยฮานอยVIP’ หรือ ‘หวยเวียดนามVIP’ เป็นการแทงหวยลักษณะเดียวกันกับหวยฮานอยพิเศษ ซึ่งจะทำการประกาศผลรางวัลบนเว็บไซต์ในเวลา 19.30 น. เป็นต้นไป

 

การตรวจผลรางวัลหวยฮานอย

ผลรางวัลหวยฮานอย คุณสามารถดูได้ที่เว็บไซต์ที่คุณแทงหวยฮานอยตั้งแต่เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป หรือหากต้องการรับชมการถ่ายทอดสดผลรางวัลก็สามารถดูได้ทาง ยูทูป (YouTube) โดยค้นหาคำว่า “หวยฮานอยวันนี้”  ซึ่งการออกรางวัลนั้นจะมีด้วยกัน 6 รางวัล ได้แก่

  1. รางวัล 2 ตัวบน -ใช้ผลจากเลข 2 ตัวท้ายของ รางวัลพิเศษ
  2. รางวัล 2 ตัวล่าง – ใช้ผลจากเลข 2 ตัวท้ายของ รางวัลพิเศษ
  3. รางวัล 3 ตัวบน – ใช้ผลจากเลข 3 ตัวท้ายตรงของ รางวัลพิเศษ
  4. รางวัล 3 ตัวโต๊ด – ใช้ผลจากเลข 3 ตัวท้ายของ รางวัลพิเศษ ที่สลับกันได้ 6 แบบ
  5. รางวัล เลขวิ่งบน – ใช้ตัวเลขใดเลขหนึ่งของ 3 ตัวบน ถ้าเข้าเพียง 1 ตัวก็คือถูกรางวัล เช่น วิ่งเลข 9 ก็จะได้เงินตามจำนวนบาทที่กำหนดของแต่ละเว็บ
  6. รางวัล เลขวิ่งล่าง – ใช้ตัวเลขใดเลขหนึ่งของ 2 ตัวล่าง ถ้าเข้าเพียง 1 ตัวก็คือถูกรางวัล เช่น วิ่งเลข 3 แต่ออกรางวัล 17 ก็คือไม่ถูกรางวัล

หรือคุณสามารถดูผลหวยฮานอยย้อนหลังได้ที่นี่  https://lottovip.link/หวยฮานอยย้อนหลัง

จะเล่นหวยฮานอยออนไลน์ได้ที่ไหน

หวยฮานอยเล่นได้ที่ไหนบ้าง วันนี้เราจะมาอธิบายให้คุณเข้าใจถึงการเล่นหวยอานอย ว่าจะหาเล่นได้ที่ไหนบ้าง ง่ายมากๆ สำหรับแหล่งเล่นหวยฮานอย คุณสามารถค้นหาใน GooGle หรือ เว็บรีวิวเว็บหวยทั่วไปอีกด้วย และแน่นอนว่า แต่ละเว็บก็จะแตกต่างกันใน ทั้งในเรื่องของอัตราจ่าย และเรื่องของ โปรโมชั่น หรือไม่คุณจะเจอได้ตามโฆษณาทั่วไป ในสื่อออนไลน์อีกด้วยนั่นเอง

สูตรหวยฮานอย

นักเสี่ยงโชคคอหวยตัวยง ได้แชร์สูตร(ไม่)ลับ สำหรับการแทงหวยฮานอยอย่างไรให้มีโอกาสถูกรางวัลมากขึ้น คือ การแทงหวยตามสถิติ, การแทงหวยแบบ 19 ประตู และการแทงหวยแบบรูดหน้า-รูดหลัง ตามรายละเอียด ดังนี้

 

– การแทงหวยตามสถิติ เป็นการดูผลการออกรางวัลหวยฮานอยย้อนหลัง และสังเกตุว่าหวยฮานอยมักจะออกเลขใดเป็นประจำในช่วง 1-2 สัปดาห์ แล้วลองซื้อเลขนั้นดูยิ่งหากซื้อเป็นเลขวิ่งก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสถูกรางวัลมากขึ้น

-การแทงหวย 19 ประตู เป็นการเลือกเลขเด็ดที่เราชอบมาเพียง 1 ตัว และเลขนั้นจะถูกกระจายออกเป็น 19 ชุด ในรูปแบบเลขสองตัวซึ่งคุณจะเลือกแทงบนหรือล่างก็ได้

-การแทงหวยแบบรูดหน้า หรือรูดหลัง เป็นการเลือกเลขเด็ดที่เราชอบมา 1 ตัว ซึ่งจะเป็นการแทงในรูปแบบสองตัวบนหรือล่างก็ได้เช่นกัน หากคุณเลือกเล่นแบบรูดหน้า เลขเด็ดก็จะอยู่เลขหน้า หากคุณเลือกรูดหลัง เลขเด็ดก็จะอยู่เลขหลัง โดยตัวเลขนั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 10 ชุด เช่น รูดหน้าเลข 7 ก็จะได้ชุดตัวเลข 70, 71, 72, 73, 74, 75, 76, 77, 78 และ 79

 

การเลือกเว็บแทงหวยฮานอยออนไลน์ที่น่าเชื่อถือ

  1. เลือกเว็บหวยออนไลน์ที่มีผู้ใช้งานจริงเป็นจำนวนมาก
  2. เลือกเว็บที่มีช่องทางการติดต่อมากกว่า 1 ช่องทาง
  3. เลือกเว็บที่มีประสบการณ์การดำเนินงานมานาน
  4. เลือกเว็บที่มีข้อกำหนดการให้บริการที่ชัดเจน

 

จากที่เราได้แนะนำวิธีการเล่นและรูปแบบของหวยฮานอยไปแล้วนั้น จะเห็นได้ว่ามีวิธีการเล่นที่ง่ายมาก ๆ และสูตรหวยฮานอยที่เราได้แนะนำนั้น ก็เป็นสูตรที่คุณสามารถเลือกใช้ได้ตามใจชอบ ทั้งนี้ หวยก็เป็นการเสี่ยงโชคในรูปแบบหนึ่งที่มีความเสี่ยง อย่าลืมบริหารจัดการเงินของเราให้ดี เพื่อให้เกิดความเสี่ยงน้อยที่สุด

 

 

Categories
Uncategorized เกมไพ่แบล็คแจ็ค

แบล็คแจ็ค เกมไพ่ของคนยุคใหม่ เล่นอย่างไรที่นี่มีคำตอบ

แบล็คแจ็ค เล่นอย่างไร ที่นี่มีคำตอบ


( แบล็คแจ็ค เล่นอย่างไร ที่นี่มีคำตอบ ) เกมไพ่แบล็คแจ็คอาจจะเป็นเกมไพ่ที่ใหม่สำหรับนักพนันบางคน ในขณะเดียวกันก็มีนักพนันอีกจำนวนไม่น้อยที่รู้จักและให้ความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นเกมที่เล่นแล้วสร้างความสนุกสนาน แถมมีขั้นตอนการเล่นง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก ซับซ้อนเท่าไหร่ แต่ถ้าใครที่สนใจอยากเล่น และอยากรู้รายละเอียดการเล่นให้มากขึ้น วันนี้เราจะพาคุณไปศึกษาให้เข้าใจจนสามารถเล่นได้ไม่แพ้มืออาชีพเลยทีเดียว

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกอ่าน  แบล็คแจ็ค เกมพนันที่มีประวัติความเป็นนานนับทศวรรษ

เล่นไพ่แบล็คแจ็ค

กติกา การเล่นแบล็คแจ็คมีอะไรบ้าง

เกมไพ่แบล็คแจ็คเป็นเกมไพ่ประเภทหนึ่งที่มีรูปแบบการเล่นที่แตกต่างจากเกมไพ่อื่น ๆ ที่ผู้เล่นต้องแข่งกันเอง หรือว่าผู้เล่นแข่งกับเจ้ามือ แต่สำหรับเกมแบล็คแจ็คจะมีลักษณะการเล่นโดยให้สมาชิกที่เป็นผู้เล่นในวงทุกคนนับแต้มไพ่แข่งกับเจ้ามือ ซึ่งหากฝั่งใดได้ไพ่ที่มีแต้มใกล้เคียง หรือเท่ากับ 21 แต้ม ก็จะเป็นฝ่ายชนะในเกมทันที แต่ถ้าแต้มไพ่ออกมาเกิน 21 แต้มก็จะเท่ากับว่าเป็นฝั่งแพ้เช่นกัน

ศัพท์ที่ควรรู้ในเกมไพ่แบล็คแจ็ค

โดยปกติแล้วเกมไพ่ทุกชนิดมักจะมีคำศัพท์เรียกเฉพาะสัญลักษณ์ของเกม เหมือนกับเกมไพ่แบล็คแจ็คที่จะมีคำศัพท์ในการเล่นไพ่เฉพาะเช่นเดียวกัน ส่วนจะมีอะไรบ้าง รวมทั้งคำศัพท์แต่ละคำต้องนำมาใช้ตอนไหนเมื่อไหร่ ลองมาดูกัน

– แบล็คแจ็ค (Blackjack) : จะเป็นการนำไพ่สองใบแรกมารวมกันแล้วได้ 21 แต้มทันที

– Hit : คือการที่ผู้เล่นเรียกไพ่เพิ่ม เพื่อให้ได้แต้มใกล้เคียง หรือเท่ากับ 21 แต้มได้มากที่สุด (เรียกได้กี่ครั้งก็ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งจนกว่าจะได้)

– Stand : หรือบางครั้งอาจจะเรียกว่า Stay, Stick, Stand pat หมายความว่าผู้เล่นพึงพอใจแล้วกับไพ่ที่ได้รับแจกมา

– Double down : เป็นการที่ผู้เล่นลงเงินเดิมพันเพิ่มขึ้นอีกเป็น 2 เท่า แต่มีเงื่อนไขว่าจะเรียกไพ่เพิ่มได้เพียง 1 ใบ ห้ามเรียกเพิ่ม (ในกรณีนี้จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อตอนที่ได้รับไพ่ 2 ใบแรกเท่านั้น) ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคุณได้รับไพ่แจก 2 ใบแรก นับแต้มรวมเท่ากับ 11 แต้ม อาทิ ได้ไพ่เลข 5,6 ซึ่งในตอนนี้ถ้าคุณต้องการเสี่ยงก็สามารถวางเงินเดิมพันเพิ่มขึ้นไปเป็นสองเท่า โดยจะต้องวางเงินเดิมพันลงทับเส้นกรอบสี่เหลี่ยม หลังจากวางเดิมพันแล้วก็เรียกไพ่เพิ่มได้อีกเพียง 1 ใบ ก็จะเท่ากับว่าเป็นใบที่ 3 เพื่อให้คุณได้ลุ้นว่าแต้มไพ่จะออกมาเป็น 10 แต้ม เพราะหากออกมาเป็น 10 แต้ม เมื่อนำไปรวมกับ 11 แต้มที่ได้ตอนแรก ก็จะเท่ากับ 21 แต้ม ซึ่งคุณก็จะกลายเป็นฝ่ายชนะทันที

แบล็คแจ็คเล่นอย่างไร

– Split : (ใช้ได้ก็ต่อเมื่อได้ไพ่ 2 ใบแรกเท่านั้น) สำหรับกรณีนี้ถ้าคุณได้ไพ่คู่ เช่น ไพ่เลข 5 สองใบ เจ้ามือก็จะร้องถามว่าต้องการที่จะ Split (แยกไพ่) ไหม หากว่าคุณตกลง คุณก็จะได้สิทธิในการแยกไพ่ 5 แต้มทั้งสองใบ ออกเป็น 2 ชุด หลังจากนั้นก็ให้คุณทำการเรียกไพ่เพิ่มได้ตามปกติ ซึ่งไพ่ทั้งสองชุดนี้คุณสามารถนำไปใช้เดิมพันกับเจ้ามือได้เลยเช่นกัน

– Surrender : (ใช้ได้ต่อเมื่อได้ไพ่ 2 ใบแรกเท่านั้น) คือ ระหว่างเล่นอยู่ในเกมผู้เล่นสามารถขอยอมแพ้ได้ แต่จะได้รับเงินพนันคืนกลับมาแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น

– Insurance : (ใช้ได้ต่อเมื่อได้ไพ่ 2 ใบแรกเท่านั้น) คือ ถ้าไพ่ใบแรกของเจ้ามือได้แต้มเป็น A เจ้ามือก็จะถามผู้เล่นว่าทำ Insurance ไหม ซึ่งหากผู้เล่นคนไหนเลือกทำก็จะมีเงื่อนไขให้เพิ่มเงินเดิมพันลงไปอีกครึ่งของจำนวนเงินที่เดิมพันลงไปตอนแรก (อาทิ ตอนต้นวางเงินเดิมพันไปแล้ว 1,000 บาท จำนวนเงิน Insurance ก็จะเท่ากับ 500 บาท) เพราะโอกาสที่เจ้ามือจะชนะได้ไพ่ A มีสูงมาก ผู้เล่นบางคนจึงต้องการวางเดิมพันกันเสี่ยงไว้ก่อน

  • กรณีที่เจ้ามือได้ไพ่แบล็คแจ็ค ผู้เล่นก็จะได้เงินเดิมพันในส่วนที่ทำ Insurance คืนกลับไป รวมทั้งจะได้รับเงินเดิมพันคืนอีกด้วย เท่ากับเงินที่ได้ทั้งหมดจะอยู่ที่ 1,500 บาท
  • แต่ถ้าเป็นกรณีเจ้ามือดันแพ้ ผู้เล่นก็จะโดนริบเงินที่ทำ Insurance ไปด้วยเหมือกัน

การที่มีเงื่อนไข Insurance ขึ้นมาก็เพื่อที่จะช่วยประกันความเสี่ยงให้กับผู้เล่น ในกรณีที่เจ้ามือได้แต้ม 21 หรือแบล็คแจ็คนั่นเอง

เกมไพ่แบล็คแจ็คเล่นอย่างไร

ไพ่แต่ละใบจะมีแต้ม คือ

– A ทุกสี จะถูกนับเป็นแต้ม 11 หรือจะนับเป็นแต้ม 1 ก็ได้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในช่วงนั้น

– ตัวอักษรภาษาอังกฤษ J, Q, K ทุกสี ให้นับแต้มเท่ากับ 10

– ไพ่เลข 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10 ทุกสี การนับแต้มก็ให้นับตามตัวเลขได้เลย

ยกตัวอย่างเช่น

  • กรณีที่ได้ไพ่ A รวมกับไพ่ใบใดใบหนึ่ง ที่อยู่ในกลุ่มไพ่ฝรั่ง J, Q, K เช่น A ดอกจิก กับ J ดอกจิก การนับแต้มก็เท่ากับ แต้ม 11 เพราะไพ่ A ดอกจิกจะมีค่าเท่ากับ 1
  • แต่ถ้าไพ่ A ไปอยู่รวมกับไพ่ใบใดใบหนึ่งของไพ่กลุ่มตัวเลข 2-9 เช่น 2 หัวใจ, A หัวใจ, 3 หัวใจ กรณีนี้ไพ่ A หัวใจก็จะมีค่าแค่ 1 แต้มเท่านั้น

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกอ่าน สอนกฎ กติกา การนับแต้มไพ่ เก้าเก อย่างละเอียดที่นี้ ที่เดียว

วิธีการแจกไพ่

ส่วนวิธีการแจกไพ่จะมีขั้นตอนการแจก ดังนี้

1. เจ้ามือจะเริ่มทำการแจกไพ่ให้กับผู้เล่นคนละ 1 ใบก่อน แล้วถึงจะแจกให้กับตนเอง จากนั้นเจ้ามือก็จะเริ่มแจกไพ่ใบที่ 2 ให้อีกคนละ 1 ใบ เท่ากับว่าผู้เล่นจะมีไพ่ในมือคนละ 2 ใบ (การแจกเจ้ามือจะคว่ำไพ่ให้กับผู้เล่นเสมอ)

2. เมื่อได้รับไพ่แจกครบแล้ว ผู้เล่นจะทำการหงายไพ่เพื่อดูว่าแต้มไพ่ทั้ง 2 ใบนี้เมื่อรวมกันแล้วจะได้แต้มถึง 21 แต้มหรือไม่ หากยังไม่ถึงก็สามารถขอไพ่เพิ่มจากเจ้ามือได้ไม่จำกัดจำนวน แต่ถ้าไพ่เกิน 21 คะแนน ผู้เล่นก็จะถูกปรับแพ้ในทันทีเช่นกัน (การเรียกไพ่จะเรียกได้ทีละคนตามลำดับการแจก ซึ่งเจ้ามือจะเรียกไพ่ได้เป็นคนสุดท้ายต่อจากผู้เล่น)

3. กติกาของแบล็คแจ็ค เจ้ามือจะสามารถเรียกไพ่อย่างต่ำได้ 17 แต้ม หากผู้เล่นได้แต้มตั้งแต่ 16 ลงมาก็ถือว่าแพ้ให้กับเจ้ามือ แต่หากเจ้ามือเปิดไพ่หงายขึ้นมาแล้วเจ้ามือได้แต้มไม่ถึง 21 แต้ม เกมก็จะยังคงเล่นต่อไป

4. และกรณีที่ได้แต้มเสมอกัน ผู้เล่นก็จะได้รับเงินเดิมพันของตัวเองคืน

blackjack

วิธีพื้นฐานในการเล่นไพ่แบล็คแจ็ค

1. เจ้ามือมีหน้าที่แจกไพ่ : โดยเจ้ามือจะเริ่มแจกไพ่ให้กับผู้เล่นคนละ 1 ใบก่อน

2. เจ้ามือแจกไพ่ให้กับตัวเอง : เมื่อแจกไพ่ให้ผู้เล่นแล้ว ต่อมาเจ้ามือก็จะเริ่มแจกไม่ไพ่ให้กับตัวเอง 1 ใบ แล้วจึงวนแจกไพ่ใบที่ 2 ให้กับผู้เล่นอีกคนละ 1 ใบ รวมแล้วตอนนี้ผู้เล่นทุกคนจะต้องมีไพ่คนละ 2 ใบอยู่ในมือ (ไพ่ของผู้เล่นจะต้องอยู่ในตำแหน่งคว่ำเสมอ แต่ส่วนของเจ้ามือไพ่ 1 ใบจะหงาย และอีก 1 ใบจะคว่ำไว้ก่อน)

3. ผู้เล่นเรียกไพ่เพิ่ม : หลังจากผู้เล่นดูไพ่ของตัวเองแล้ว หากยังรู้สึกไม่ค่อยพอใจกับแต้มที่ได้รับ ก็สามารถร้องขอไพ่จากเจ้ามือเพิ่มได้ตามต้องการจนกว่าจะได้แต้มไพ่รวมทั้งหมดที่ 21 แต้ม

4. เจ้ามือจะเปิดไพ่ใบแรกของตัวเอง : ลำดับต่อมาเจ้ามือจะเปิดไพ่ใบแรกของตัวเองให้สมาชิกผู้เล่นคนอื่นได้เห็นเพียงแค่ 1 ใบเท่านั้น ส่วนอีก 1 ใบเจ้ามือจะคว่ำไว้ก่อน รอจนกว่าผู้เล่นในวงจะเรียกขอไพ่เพิ่มจนครบที่ต้องการ

5. เจ้ามือ จั่วไพ่ : เมื่อผู้เล่นขอจั่วไพ่จนครบและได้แต้มรวมตามที่ต้องการหมดแล้ว เจ้ามือถึงจะทำการเปิดไพ่ของตัวเอง รวมทั้งจั่วไพ่เพิ่ม ซึ่งเงื่อนไขของเจ้ามือก็คือ เจ้ามือจะสามารถเรียกไพ่เพิ่มได้จนกว่าจะได้แต้มเท่ากับ 17 แต้มถึงจะหยุดจั่วไพ่เพิ่ม หรือเข้าใจได้แบบสั้น ๆ ก็คือ แต้มต่ำสุดของเจ้ามือจะเท่ากับ 17 แต้มนั่นเอง

  • กติกาสำคัญของแบล็คแจ็ค คือ เจ้ามือจะสามารถเรียกไพ่เพิ่มให้ได้แต้มถึง 17 เป็นอย่างต่ำ หากว่าผู้เล่นได้แต้ม ตั้งแต่ 16 ลงมา เท่ากับว่าแพ้เจ้ามือ
  • แต่ทว่าผู้เล่นพอใจที่จะได้ 16 แต้ม ก็สามารถหยุดจั่วเพิ่มได้ แล้วเสี่ยงดูว่าเจ้ามือจะได้แต้มเกิน 21 หรือไม่ เพราะหากเจ้ามือได้เกินผู้เล่นก็จะเป็นฝ่ายชนะ

blackjack เล่นยังไง

จะเห็นได้ว่าการเล่นไพ่แบล็คแจ็คไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน เท่าไหร่ แค่คุณต้องศึกษาและทำความเข้าใจอย่างละเอียด คุณก็สามารถลงสนามไปเล่นสู้วัดดวงกับเจ้ามือได้เลย

Categories
Uncategorized

Hello world!

Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start writing!